เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ร่วมกับเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน เปิดศูนย์พัฒนาทักษะและการเรียนรู้ไอซีที แม่ฮ่องสอนขึ้นอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผ่านมามีการให้บริการที่จังหวัด เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น ไปแล้ว โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกจะดูความพร้อมและองค์ประกอบของจังหวัดเป็นหลัก ศูนย์ฯดังกล่าวไม่เพียงกระจายโอกาสการใช้งานด้านไอทีเท่านั้นนายชวลิต สาลีผล รักษาการผู้อำนวยการ ซิป้า ชี้แจงว่า ศูนย์ฯมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนครู อาจารย์จากสถาบันภาครัฐและเอกชน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีด้านไอซีทีจากศูนย์ดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและสามารถนำเอานวัตกรรมใหม่ๆ ผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ที่ยั่งยืน ตลอดจนนำไปสู่การนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ทั้งการส่งต่อความรู้หรือการนำไปต่อยอดเพื่อประกอบอาชีพ โดยตั้งเป้าจะมีเยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้าใช้บริการเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 1 พันคนต่อเดือนและตลอดทั้งปีกว่า 3 หมื่นคน นายจรูญ คำนวนตา ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน ชี้แจงว่า ศูนย์ดังกล่าวมีโปรแกรมการฝึกอบรมบุคคลที่สนใจการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับสูง ที่สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจส่วนตัวได้ โดยมีทั้งไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือ คิดค่าใช้จ่ายไม่เกิน 300 บาทต่อหลักสูตร เบื้องต้นหลักสูตรที่เปิดอบรม คือ การสร้างเว็บไซต์ คอมพิวเตอร์เบื้องต้นสำหรับเด็กชั้นประถมศึกษา การสร้างงานกราฟฟิก ในปีแรกที่เปิดดำเนินการ ทางศูนย์ฯ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีเยาวชนและประชาชนผู้สนใจเข้ามาใช้บริการศูนย์ฯโดยเฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 1 พันคนต่อเดือน หรือรวมทั้งปีไม่น้อยกว่า 3 หมื่นคน และมีสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจเข้ามาใช้บริการศูนย์ไม่น้อยกว่า 20 ราย
นายสุเทพ นุชทรวง นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ ประชากรในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอนมีประมาณ 250,000 ราย แบ่งเป็นเขตเทศบาล 6 พันคน โดยตั้งเป้าว่าหลังจากเปิดศูนย์ฯอย่างเป็นทางการแล้ว ภายในปี2553 จะมีประชากรใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นราว 30-40 % จากปัจจุบันการใช้งานยังน้อยอยู่มาก โดยใช้งบประมาณในการตั้งศูนย์ฯ ครั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ไปกว่า 4 ล้าน สำหรับปรับปรุงพื้นที่ให้บริการ ขณะที่ ซิป้าได้สนับสนุนฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์มีประมาณ 3 ล้านบาท
นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ให้ข้อมูลต่อว่า ประชาชนในจังหวัดที่ผ่านการอบรมจะได้ทดลองปฏิบัติงานกับ เครื่องคอมพิวเตอร์จริง และนำเอาความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน การอบรมนี้มีค้าใช้จ่ายในอัตรารายละไม่เกิน 300 บาทต่อหลักสูตร สำหรับยอดอบรมหลักสูตรคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เดือนต.ค. 2552 ถึงเดือนมิ.ย. 2553 มีจำนวนกว่า 653 รายที่เข้าร่วมอบรมกว่าคน มีการใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน1,342 ครั้ง นายสุเทพ ให้ข้อมูลด้วยว่า ศูนย์แห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะความ รู้ด้านเทคโนโลยีให้กับเด็กและประชาชนที่สนใจ โดยมีหลักสูตรการเรียนรู้กว่า 20 โปรแกรม ขณะเดียวกัน ยังตั้งเป้าว่า ภายใน 5 ปี ศูนย์ดังกล่าว จะสามารถดึงความร่วมมือจากบริษัทเอกชนด้านซอฟต์แวร์กว่า 10 บริษัท จากเดิมที่มีอยู่ 2 บริษัท เพื่อเข้ามามีส่วนสร้างรายได้ในพื้นที่ และรองรับการทำงานบุคลากรที่ผ่านการอบรม นอกจากนี้ ยังตั้งเป้ากระจายงานให้เยาวชนที่ผ่านการอบรมมีงานทำกว่า 500 ราย สร้างรายได้ในอุตสาหกรรมไอทีในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ด.ช. สุจินดา ปัญญาเจริญยิ่ง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านห้วยเสือเฒ่า อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่มีศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ว่าที่โรงเรียนจะจัดให้มีการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์แล้วก็ตาม และยังได้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าเว็บไซต์กูเกิลค้นหาข้อมูลทำการบ้านส่งคุณครู นอกจากนี้ ยังชอบสถานที่ด้วย เพราะมีอุปกรณ์หลายอย่างให้ได้ศึกษาหาความรู้ประกอบการเรียน
นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ให้ข้อมูลต่อว่า ประชาชนในจังหวัดที่ผ่านการอบรมจะได้ทดลองปฏิบัติงานกับ เครื่องคอมพิวเตอร์จริง และนำเอาความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน การอบรมนี้มีค้าใช้จ่ายในอัตรารายละไม่เกิน 300 บาทต่อหลักสูตร สำหรับยอดอบรมหลักสูตรคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เดือนต.ค. 2552 ถึงเดือนมิ.ย. 2553 มีจำนวนกว่า 653 รายที่เข้าร่วมอบรมกว่าคน มีการใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน1,342 ครั้ง นายสุเทพ ให้ข้อมูลด้วยว่า ศูนย์แห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะความ รู้ด้านเทคโนโลยีให้กับเด็กและประชาชนที่สนใจ โดยมีหลักสูตรการเรียนรู้กว่า 20 โปรแกรม ขณะเดียวกัน ยังตั้งเป้าว่า ภายใน 5 ปี ศูนย์ดังกล่าว จะสามารถดึงความร่วมมือจากบริษัทเอกชนด้านซอฟต์แวร์กว่า 10 บริษัท จากเดิมที่มีอยู่ 2 บริษัท เพื่อเข้ามามีส่วนสร้างรายได้ในพื้นที่ และรองรับการทำงานบุคลากรที่ผ่านการอบรม นอกจากนี้ ยังตั้งเป้ากระจายงานให้เยาวชนที่ผ่านการอบรมมีงานทำกว่า 500 ราย สร้างรายได้ในอุตสาหกรรมไอทีในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ด.ช. สุจินดา ปัญญาเจริญยิ่ง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านห้วยเสือเฒ่า อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่มีศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ว่าที่โรงเรียนจะจัดให้มีการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์แล้วก็ตาม และยังได้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าเว็บไซต์กูเกิลค้นหาข้อมูลทำการบ้านส่งคุณครู นอกจากนี้ ยังชอบสถานที่ด้วย เพราะมีอุปกรณ์หลายอย่างให้ได้ศึกษาหาความรู้ประกอบการเรียน
เล่าว่า หลังจากอบรมที่ศูนย์ดังกล่าวแล้ว ก็นำความรู้ที่ได้รับมาประกอบอาชีพรับจ้างทำเว็บหลายอย่าง เช่น เว็บองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แม่ฮ่องสอน และเว็บรีสอร์ท เป็นต้น ช่วยสร้างรายได้ให้กับตนเองโดยเฉลี่ย 2 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะเดียวกัน ก็ทำเว็บไซต์ส่วนตัวเปิดรับทำเว็บ ภายใต้ชื่อ www.1864design.com โดยวางแผนว่าในอนาคตจะรวมสินค้าโอทอปทั้งจ.แม่ฮ่องสอน และภาคเหนือ และวัฒนธรรม ขอแม่ฮ่องสอน เพื่อปราสัมพัน์ผ่านเว็บดังกล่าวด้วย
นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของศูนย์พัฒนาทักษะและการเรียนรู้ไอซีที แม่ฮ่องสอน ที่ช่วยผลักดันให้ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พนักงาน ตลอดจนลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป เข้ามาใช้บริการจนสามารถประกอบอาชีพเป็นกอบเป็นกำ และเจตนารมย์ของนายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ที่แน่วแน่ปักธง พัฒนาเชิงอนุรักษ์ ควบคู่กับการเสริมเทคโนโลยี และคงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ระยะทางก็ไม่อาจขวางกั้นโลกแห่งเทคโนโลยีได้
ทีม ข่าวไอทีออนไลน์ itdigest@thairath.co.th
นางสาวนุสรา เจ้าดูรี
บทความจาก : ไทยรัฐ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น